ศาลยุติธรรม

วันอังคารที่ 17 มิถุนายน 2568 เวลา 09.30 นาฬิกา นางชนากานต์ ธีรเวชพลกุล ประธานศาลฎีกา เป็นประธานในการประชุม “ขับเคลื่อนนโยบายประธานศาลฎีกา” ครั้งที่ 8/2568 ร่วมกับสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค 7 และศาลยุติธรรมในสังกัดสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค 7 ณ ห้องประชุม 409 ชั้น 4 อาคารศาลฎีกา โดยมีเลขาธิการประธานศาลฎีกา รองเลขานุการศาลฎีกา และคณะผู้แทนสำนักงานศาลยุติธรรม เข้าร่วมประชุม

ในการนี้ อธิบดีผู้พิพากษาภาค 7 และผู้พิพากษาหัวหน้าศาลในสังกัดสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค 7 เข้าร่วมประชุมผ่านระบบประชุมทางไกลผ่านจอภาพ (Zoom Meeting) 
ที่ประชุมได้พิจารณาการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการคดี โดยในช่วงเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 ถึงวันที่ 30 เมษายน 2568 ศาลยุติธรรมในสังกัดสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค 7 สามารถพิจารณาคดีแล้วเสร็จ 78,208 คดี หรือร้อยละ 80.81
ศาลในสังกัดสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค 7 มีการดำเนินโครงการที่น่าสนใจ อาทิ โครงการพัฒนานวัตกรรมระบบนอกเวลาทำงาน และโครงการศูนย์ประสานงานการสืบพยานที่เป็นแพทย์ เป็นต้น

สำหรับการดำเนินงานตามนโยบายประธานศาลฎีกา “สานต่อ เสริมสร้าง ส่งต่ออย่างยั่งยืน” ประธานศาลฎีกาได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องหาและจำเลย โดยเน้นย้ำการพิจารณาสั่งคำร้องขอออกหมายขังให้สอดคล้องกับข้อบังคับของประธานศาลฎีกา ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการออกคำสั่งหรือหมายอาญา (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2565 และการพิจารณาคำร้องขอปล่อยชั่วคราวให้พิจารณาตามข้อบังคับของประธานศาลฎีกา ว่าด้วยการปล่อยชั่วคราวและวิธีเรียกประกันในคดีอาญา พ.ศ. 2565 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประกอบการใช้ดุลพินิจให้เหมาะสม และได้สัดส่วนกับพฤติการณ์แห่งคดี ผู้ต้องหา จำเลย ผู้เสียหาย ตลอดจนความปลอดภัยของสังคม

ทั้งนี้ ประธานศาลฎีกาได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า ขณะนี้ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานพัฒนาระบบงานตรวจสอบการคุมขังและงานกำกับดูแลการปล่อยตัว โดยได้มีการประชุมร่วมกับอธิบดีผู้พิพากษาภาค 1 - ภาค 9 แล้ว สำหรับศาลในสังกัดสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค 7 มีศาลนำร่อง 3 ศาล ที่จะทดลองปรับปรุงและพัฒนาระบบงานฝากขังและปล่อยชั่วคราว โดยจะขยายผลการดำเนินงานไปยังศาลอื่นต่อไป พร้อมกันนี้ สำนักประธานศาลฎีกาได้จัดทำคู่มือการปล่อยชั่วคราวและการกำกับดูแลทั้งในรูปแบบ eBook และในรูปแบบ PDF เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์สำนักประธานศาลฎีกา เพื่ออำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ สำนักงานศาลยุติธรรมยังได้แจ้งให้ทราบถึงวิธีการ ขั้นตอนในการขอรับจัดสรรงบประมาณเพื่อปรับปรุงอาคารสถานที่ ตลอดจนการขอเพิ่มอัตรากำลัง โดยในส่วนของศาลฎีกาได้ขอความร่วมมือให้ทุกศาลแจ้งการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาโดยเร็ว เพื่อจะได้เผยแพร่คำพิพากษาศาลฎีกาอันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฎิบัติราชการของผู้พิพากษาต่อไป
โอกาสนี้ ประธานศาลฎีกากล่าวขอบคุณผู้บริหาร ผู้พิพากษา ผู้พิพากษาสมทบ ผู้ประนีประนอม ผู้อำนวยการ และบุคลากรทุกท่าน ที่ร่วมกันปฏิบัติราชการด้วยดี ดำรงตนตามวิถีตุลาการ เพื่ออำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชน และสร้างความเชื่อมั่นศรัทธาให้แก่ศาลยุติธรรมตลอดไป







|