Accessibility Tools

ศาลยุติธรรม
Court of Justice

ข่าวสารและกิจกรรม
image

ศาลยุติธรรม

ประธานศาลฎีกาเป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการสรรหากรรมการการเลือกตั้งimage

       วันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๘ เวลา ๙.๓๐ นาฬิกา ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ CA ๔๒๙ อาคารรัฐสภา สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา นางชนากานต์ ธีรเวชพลกุล ประธานศาลฎีกา เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการสรรหากรรมการการเลือกตั้ง เพื่อพิจารณาร่างประกาศ แบบใบสมัคร หลักเกณฑ์ วิธีการ และกรอบระยะเวลาในการดำเนินการสรรหาผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการการเลือกตั้ง

เกร็ดความรู้

ภารกิจของประธานศาลฎีกาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่เกี่ยวกับการสรรหาบุคคลผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ

       รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ บัญญัติให้ประธานศาลฎีกามีหน้าที่และอำนาจเกี่ยวกับการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระทั้ง ๕ องค์กร ได้แก่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยกำหนดให้ประธานศาลฎีกาเป็นประธานกรรมการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระโดยตำแหน่ง ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานสภาผู้แทนราษฎร และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เป็นกรรมการสรรหาโดยตำแหน่ง นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยยังบัญญัติให้บุคคลซึ่งศาลรัฐธรรมนูญแต่งตั้ง และบุคคลซึ่งองค์กรอิสระอื่นที่มิใช่องค์กรอิสระที่กำลังดำเนินการสรรหาแต่งตั้ง เป็นกรรมการสรรหาด้วย ดังนั้นองค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหากรรมการการเลือกตั้ง จึงมีจำนวน ๙ คน ได้แก่ ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร บุคคลซึ่งศาลรัฐธรรมนูญแต่งตั้ง บุคคลซึ่งผู้ตรวจการแผ่นดินแต่งตั้ง บุคคลซึ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติแต่งตั้ง บุคคลซึ่งคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินแต่งตั้ง และบุคคลซึ่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติแต่งตั้ง

       ทั้งนี้ สำหรับบุคคลซึ่งศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระที่มิใช่คณะกรรมการการเลือกตั้งแต่งตั้ง ต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามเช่นเดียวกับการเป็นกรรมการการเลือกตั้ง รวมทั้งต้องไม่เคยปฏิบัติหน้าที่ใด ๆ ในศาลรัฐธรรมนูญหรือองค์กรอิสระอีกด้วย อย่างไรก็ตาม หากไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรและผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร หรือบุคคลซึ่งศาลรัฐธรรมนูญหรือองค์กรอิสระแต่งตั้งมีไม่ครบ ไม่ว่าด้วยเหตุใด พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๑๑ วรรคสี่ บัญญัติให้คณะกรรมการสรรหาเท่าที่มีอยู่ปฏิบัติหน้าที่และใช้อำนาจไปพลางก่อนได้ โดยในระหว่างนั้นให้ถือว่าคณะกรรมการสรรหาประกอบด้วยกรรมการสรรหาเท่าที่มีอยู่ นอกจากนี้ กฎหมายยังบัญญัติให้เลขาธิการวุฒิสภาเป็นเลขานุการของคณะกรรมการสรรหาและให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาปฏิบัติหน้าที่เป็นหน่วยธุรการของคณะกรรมการสรรหาอีกด้วย

       สำหรับการสรรหากรรมการการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างลงในครั้งนี้ เป็นกรณีสืบเนื่องจากนายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง และศาสตราจารย์สันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ กรรมการการเลือกตั้ง จะพ้นจากการดำรงตำแหน่งตามวาระตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๐ ในวันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๘ จึงต้องดำเนินการสรรหากรรมการการเลือกตั้งใหม่ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันก่อนวันที่กรรมการการเลือกตั้งครบวาระ ตามมาตรา ๑๖ วรรคหก แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าว

      ในการสรรหากรรมการการเลือกตั้ง กฎหมายบัญญัติให้คณะกรรมการสรรหาปรึกษาหารือเพื่อคัดสรรให้ได้บุคคลซึ่งมีความรับผิดชอบสูง มีความกล้าหาญในการปฏิบัติหน้าที่ มีพฤติกรรมทางจริยธรรมเป็นตัวอย่างที่ดีของสังคม และไม่มีพฤติการณ์ยอมตนอยู่ใต้อาณัติของพรรคการเมืองใด ๆ รวมตลอดทั้งมีทัศนคติที่เหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดผลสำเร็จ โดยนอกจากการประกาศรับสมัครแล้ว คณะกรรมการสรรหาอาจดำเนินการสรรหาจากบุคคลซึ่งมีความเหมาะสมทั่วไปได้ด้วยแต่ต้องได้รับความยินยอมของบุคคลนั้น และเพื่อประโยชน์แห่งการนี้ ให้คณะกรรมการสรรหาใช้วิธีการสัมภาษณ์หรือให้แสดงความคิดเห็นในเรื่องที่เกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือวิธีการอื่นใดที่เหมาะสมเพื่อประกอบการพิจารณาด้วย