<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?>
        <rss version='2.0'>
        <channel>
            <title>ข่าวกิจกรรมผู้บริหาร</title>
            <link>https://www.coj.go.th/th/content/category/articles/id/4/cid/8/</link>
            <description>RSS Feed | Main Site</description>
            <language>th</language><item>
                <title>ประธานศาลฎีกาเป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ</title>
                <link>https://www.coj.go.th/th/content/category/detail/id/4/cid/8/iid/478408/</link>
                <description>&lt;p&gt;&lt;span style=&quot;font-size:26px;&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; src=&quot;https://opsc.coj.go.th/cms/s11//1-1-68/%E0%B8%9B_%E0%B8%A8%E0%B8%A3.cover.jpg&quot; /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;span style=&quot;font-size:26px;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๘ เวลา ๑๕.๐๐ นาฬิกา ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ CA ๔๒๙ อาคารรัฐสภา สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา นางชนากานต์ ธีรเวชพลกุล ประธานศาลฎีกา เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาร่างประกาศ แบบใบสมัคร หลักเกณฑ์ วิธีการ และกรอบระยะเวลาในการดำเนินการสรรหาผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;span style=&quot;font-size:26px;&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; src=&quot;https://opsc.coj.go.th/cms/s11//1-1-68/%E0%B8%9B_%E0%B8%A8%E0%B8%A3.page1_01%20-%20Copy%201.jpg&quot; /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;span style=&quot;font-size:26px;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;เกร็ดความรู้&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;span style=&quot;font-size:26px;&quot;&gt;&lt;strong&gt;ภารกิจของประธานศาลฎีกาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่เกี่ยวกับการสรรหาบุคคลผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสำคัญ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;span style=&quot;font-size:26px;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ บัญญัติให้ประธานศาลฎีกามีหน้าที่และอำนาจเกี่ยวกับการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ รวมทั้งผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระทั้ง ๕ องค์กร ได้แก่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยกำหนดให้ประธานศาลฎีกาเป็นประธานกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระโดยตำแหน่ง ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานสภาผู้แทนราษฎร และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เป็นกรรมการสรรหาโดยตำแหน่ง&amp;nbsp; นอกจากนี้ สำหรับการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยยังกำหนดให้บุคคลซึ่งองค์กรอิสระแต่งตั้งเป็นกรรมการสรรหาด้วย ดังนั้น องค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จึงมีจำนวน ๙ คน ได้แก่ ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร บุคคลซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งแต่งตั้ง บุคคลซึ่งผู้ตรวจการแผ่นดินแต่งตั้ง บุคคลซึ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปราบการการทุจริตแห่งชาติแต่งตั้ง บุคคลซึ่งคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินแต่งตั้ง และบุคคลซึ่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติแต่งตั้ง&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;span style=&quot;font-size:26px;&quot;&gt;ทั้งนี้ กรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นบุคคลที่องค์กรอิสระแต่งตั้ง ต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามเช่นเดียวกับการเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ รวมทั้งต้องไม่เคยปฏิบัติหน้าที่ใด ๆ ในศาลรัฐธรรมนูญหรือองค์กรอิสระ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการสรรหา พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๔ วรรคสี่ กำหนดให้ศาลปกครองสูงสุดเป็นผู้วินิจฉัยภายในระยะเวลาสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับเรื่อง ทั้งนี้ ไม่กระทบต่อการดำเนินการใดที่คณะกรรมการสรรหาได้ดำเนินการไปแล้วก่อนมีคําวินิจฉัย&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;span style=&quot;font-size:26px;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ดี หากไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรและผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร หรือบุคคลซึ่งองค์กรอิสระแต่งตั้งมีไม่ครบ ไม่ว่าด้วยเหตุใด รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้คณะกรรมการสรรหาประกอบด้วยกรรมการสรรหาเท่าที่มีอยู่&amp;nbsp; ในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหา กฎหมายบัญญัติให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาเป็นหน่วยธุรการของคณะกรรมการสรรหา และให้เลขาธิการวุฒิสภาเป็นเลขานุการของคณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระต่าง ๆ ด้วย&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;span style=&quot;font-size:26px;&quot;&gt;สำหรับการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแทนตำแหน่งที่ว่างลงในครั้งนี้ เป็นกรณีสืบเนื่องจากคณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้คัดเลือกบุคคลผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จำนวน ๒ คน แทนนายนครินทร์&amp;nbsp; เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ และนายปัญญา&amp;nbsp; อุดชาชน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งครบวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ ๑๖ และวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ตามลำดับ และได้เสนอต่อวุฒิสภาเพื่อให้ความเห็นชอบ&amp;nbsp; ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๘ ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๒๓ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) บุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาด้วยคะแนนเสียงน้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา จึงถือว่าบุคคลทั้ง ๒ คน ดังกล่าวไม่ได้รับความเป็นชอบจากวุฒิสภา และเป็นเหตุให้คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญต้องดำเนินการสรรหาบุคคลใหม่แทน ทั้งนี้ ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่วุฒิสภาไม่ให้ความเห็นชอบ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๒ วรรคเก้า&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;span style=&quot;font-size:26px;&quot;&gt;เนื่องจากนายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในส่วนของผู้ทรงคุณวุฒิสาขารัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ซึ่งได้รับการสรรหาจากผู้ดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยในประเทศไทยมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปี และยังมีผลงานทางวิชาการเป็นที่ประจักษ์ ส่วนนายปัญญา อุดชาชน เป็นผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับการสรรหาจากผู้รับหรือเคยรับราชการในตำแหน่งไม่ตํ่ากว่าอธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่า หรือตำแหน่งไม่ต่ำกว่ารองอัยการสูงสุดมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี ตามมาตรา ๘ วรรคหนึ่ง (๔) และ (๕) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน ตามลำดับ ในครั้งนี้ คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจึงต้องดำเนินการสรรหาบุคคลที่มีคุณสมบัติตามมาตรา ๘ วรรคหนึ่ง (๔) จำนวน ๑ คน และมาตรา ๘ วรรคหนึ่ง (๕) อีก ๑ คน แทนนายนครินทร์และนายปัญญาซึ่งครบวาระการดำรงตำแหน่งดังกล่าว&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;span style=&quot;font-size:26px;&quot;&gt;ในการสรรหาผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กฎหมายบัญญัติให้คณะกรรมการสรรหาปรึกษาหารือเพื่อคัดสรรให้ได้บุคคลซึ่งมีความรับผิดชอบสูง มีความกล้าหาญในการปฏิบัติหน้าที่ และมีพฤติกรรมทางจริยธรรมเป็นตัวอย่างที่ดีของสังคม รวมตลอดทั้งมีทัศนคติที่เหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดผลสำเร็จ โดยนอกจากการประกาศรับสมัครแล้ว คณะกรรมการสรรหาอาจดำเนินการสรรหาจากบุคคลซึ่งมีความเหมาะสมทั่วไปได้ด้วยแต่ต้องได้รับความยินยอมของบุคคลนั้น ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงความหลากหลายของประสบการณ์ที่แตกต่างกันในแต่ละด้านประกอบด้วย และเพื่อประโยชน์แห่งการนี้ ให้คณะกรรมการสรรหาใช้วิธีการสัมภาษณ์หรือให้แสดงความคิดเห็นในเรื่องที่เกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ หรือวิธีการอื่นใดที่เหมาะสม เพื่อประกอบการพิจารณาด้วย&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;span style=&quot;font-size:26px;&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; src=&quot;https://opsc.coj.go.th/cms/s11//1-1-68/%E0%B8%9B_%E0%B8%A8%E0%B8%A3.page3_02.jpg&quot; /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</description>
                </item></channel></rss>