<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?>
        <rss version='2.0'>
        <channel>
            <title>ข่าวกิจกรรมผู้บริหาร</title>
            <link>https://www.coj.go.th/th/content/category/articles/id/4/cid/8/</link>
            <description>RSS Feed | Main Site</description>
            <language>th</language><item>
                <title>ประธานศาลฎีกาเป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการสรรหากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ</title>
                <link>https://www.coj.go.th/th/content/category/detail/id/4/cid/8/iid/459625/</link>
                <description>&lt;section id=&quot;d2ms-section-main-content&quot;&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style=&quot;font-size:26px;&quot;&gt;&lt;img alt=&quot;&quot; src=&quot;https://opsc.coj.go.th/cms/s11//COJ001_131267.jpg&quot; /&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ (๑๓ ธันวาคม 2567) เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา ณ ห้องประชุมราชบุรีดิเรกฤทธิ์ อาคารศาลยุติธรรม นางชนากานต์ ธีรเวชพลกุล ประธานศาลฎีกา เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการสรรหากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อพิจารณาวินิจฉัยคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม ประวัติ และพฤติการณ์ทั่วไปของผู้สมัครเข้ารับการสรรหาเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช. แทน พล.ต.อ.วัชรพล ประสานราชกิจ ประธานกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากมีอายุครบ ๗๐ ปีบริบูรณ์ นายวิทยา อาคมพิทักษ์ และนางสุวณา สุวรรณจูฑะ กรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งจะพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากครบวาระ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;img alt=&quot;&quot; src=&quot;https://opsc.coj.go.th/cms/s11//COJ002_131267.jpg&quot; /&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;เกร็ดความรู้&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;u&gt;ภารกิจของประธานศาลฎีกาที่เกี่ยวกับการสรรหาบุคคลผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย&lt;/u&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ บัญญัติให้ประธานศาลฎีกามีหน้าที่และอำนาจเกี่ยวกับการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระทั้ง ๕ องค์กร ได้แก่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยกำหนดให้ประธานศาลฎีกาเป็นประธานกรรมการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระโดยตำแหน่ง ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานสภาผู้แทนราษฎร และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เป็นกรรมการสรรหาโดยตำแหน่ง นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยยังกำหนดให้บุคคลซึ่งศาลรัฐธรรมนูญแต่งตั้ง และบุคคลซึ่งองค์กรอิสระอื่นที่มิใช่องค์กรอิสระที่กำลังดำเนินการสรรหาแต่งตั้ง เป็นกรรมการสรรหาด้วย ดังนั้น องค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จึงมีจำนวน ๙ คน ได้แก่ ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร บุคคลซึ่งศาลรัฐธรรมนูญแต่งตั้ง บุคคลซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งแต่งตั้ง บุคคลซึ่งผู้ตรวจการแผ่นดินแต่งตั้ง บุคคลซึ่งคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินแต่งตั้ง และบุคคลซึ่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติแต่งตั้ง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สำหรับบุคคลซึ่งศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระที่มิใช่คณะกรรมการ ป.ป.ช. แต่งตั้ง ต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามเช่นเดียวกับกรรมการ ป.ป.ช. รวมทั้งต้องไม่เคยปฏิบัติหน้าที่ใด ๆ ในศาลรัฐธรรมนูญหรือองค์กรอิสระอีกด้วย อย่างไรก็ตาม หากไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรและผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร หรือบุคคลซึ่งศาลรัฐธรรมนูญหรือองค์กรอิสระแต่งตั้งมีไม่ครบไม่ว่าด้วยเหตุใด พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๒ วรรคห้า บัญญัติให้คณะกรรมการสรรหาเท่าที่มีอยู่ปฏิบัติหน้าที่และใช้อำนาจไปพลางก่อนได้ โดยในระหว่างนั้นให้ถือว่าคณะกรรมการสรรหาประกอบด้วยกรรมการสรรหาเท่าที่มีอยู่&amp;nbsp; นอกจากนี้ กฎหมายยังบัญญัติให้เลขาธิการวุฒิสภาเป็นเลขานุการของคณะกรรมการสรรหา และให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาปฏิบัติหน้าที่เป็นหน่วยธุรการของคณะกรรมการสรรหา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;img alt=&quot;&quot; src=&quot;https://opsc.coj.go.th/cms/s11//COJ003_131267.jpg&quot; /&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๙ กำหนดกรอบระยะเวลาของการสรรหาไว้ โดยกรณีที่กรรมการ ป.ป.ช. พ้นจากตำแหน่งตามวาระ ให้ดำเนินการสรรหากรรมการใหม่ภายใน ๑๒๐ วัน ก่อนวันที่กรรมการครบวาระ แต่หากเป็นกรณีพ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุอื่น การดำเนินการสรรหากรรมการใหม่จะกระทำภายใน ๙๐ วัน นับแต่วันที่ตำแหน่งว่างลง&amp;nbsp; สำหรับการสรรหากรรมการ ป.ป.ช. ในครั้งนี้ เป็นกรณีสืบเนื่องมาจาก พล.ต.อ.วัชรพล ประสานราชกิจ ประธานกรรมการ ป.ป.ช. พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากมีอายุครบ ๗๐ ปี บริบูรณ์ เมื่อวันที่ ๙ กันยายน ๒๕๖๗ ส่วนนายวิทยา อาคมพิทักษ์ และนางสุวณา สุวรรณจูฑะ กรรมการ ป.ป.ช. จะพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากครบวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๖๗ โดยเมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๖๗ คณะกรรมการสรรหาได้ประชุมเพื่อพิจารณาร่างประกาศรับสมัคร แบบใบสมัคร หลักเกณฑ์ วิธีการ และกรอบระยะเวลาในการดำเนินการสรรหาผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการ ป.ป.ช. แทนบุคคลทั้งสาม ภายหลังประกาศรับสมัคร ปรากฏว่ามีผู้มาสมัครเข้ารับการสรรหา จำนวน ๔๐ คน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในการสรรหากรรมการ ป.ป.ช. พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับเดียวกันกำหนดให้คณะกรรมการสรรหาปรึกษาหารือเพื่อคัดสรรให้ได้บุคคลซึ่งมีความรับผิดชอบสูง มีความกล้าหาญในการปฏิบัติหน้าที่ มีพฤติกรรมทางจริยธรรมเป็นตัวอย่างที่ดีของสังคม รวมตลอดทั้งมีทัศนคติที่เหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดผลสำเร็จ โดยนอกจากการประกาศรับสมัครแล้ว คณะกรรมการสรรหาอาจดำเนินการสรรหาจากบุคคลซึ่งมีความเหมาะสมทั่วไปได้ด้วยแต่ต้องได้รับความยินยอมของบุคคลนั้น ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงความหลากหลายของประสบการณ์ที่แตกต่างกันในแต่ละด้านประกอบด้วย และเพื่อประโยชน์แห่งการนี้ ให้คณะกรรมการสรรหาใช้วิธีการสัมภาษณ์หรือให้แสดงความคิดเห็นในเรื่องที่เกี่ยวกับหน้าที่และอํานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือวิธีการอื่นใดที่เหมาะสม เพื่อประกอบการพิจารณาด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;img alt=&quot;&quot; src=&quot;https://opsc.coj.go.th/cms/s11//COJ004_131267.jpg&quot; /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;/section&gt;
</description>
                </item></channel></rss>